
คำพยานชีวิต โดย ปาฏลี เตชมหนนท์
ชีวิตคริสเตียนเป็นชีวิตที่เป็นพระพรได้ในทุกวาระ เมื่อเราให้พระเจ้าทรงนำในทุกปัญหา เมื่อเราไม่มีการพร่ำบ่นในปัญหา เพราะการบ่นนั้นเราเองที่จะได้ยินเสียงที่ขาดความเชื่อของตัวเอง หรืออาจทำให้ผู้ที่ไม่เชื่อพระเจ้าไม่อยากรู้จักพระเจ้าเพราะการพร่ำบ่นที่เขาได้ยินหรือได้อ่านจากเรา ในการทรงนำของพระเจ้านั้น หากเราเชื่อฟังก็จะมีพระพรที่รออยู่เสมอ แม้ชีวิตเราอาจดูไม่ถูกใจของผู้อื่น หรือดูเป็นชีวิตที่ช่างลำบาก แต่ทุกสิ่งย่อมเกิดผลตามที่พระเจ้าทรงต้องการ พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์จะคาดคิด
เช่นกันในชีวิตของดิฉัน ตั้งแต่เด็กมาแล้ว เกิดความผิดปกติของขาข้างหนึ่ง แต่พระเจ้าทรงเมตตาไม่ให้ดิฉันมีความคิดที่เป็นทุกข์ในเรื่องนี้เลย พระเจ้าทรงเมตตาไม่ให้แม้แต่จะคิดบ่นว่าพระเจ้าเลย แม้ว่าการผิดปกตินี้จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกข์ใจที่สุดในชีวิตของผู้หญิงรวมทั้งเรื่องความผิดปกติของร่างกาย นั้น ล้วนแต่เป็นขวากหนามในการเป็นพยานชีวิต เพราะไม่น่าจะมีอะไรในชีวิตที่จะบอกใครเพื่อขอบพระคุณพระเจ้าได้ แต่ก็ยิ่งน่าแปลกใจที่พระเจ้ายิ่งทรงประทานสันติสุข และความกล้าหาญในการประกาศพระนามของพระองค์ผ่านชีวิตที่ไม่มีใครอยากเป็นเหมือนดิฉัน การเป็นพยานชีวิตของดิฉันคือ รับความชื่นชมยินดีจากพระเจ้าแล้วส่งออกไปสู่ผู้อื่นด้วยความรักที่ได้รับอย่างล้นใจจากพระเจ้า และมีสิ่งพิเศษคือลูก เป็นของขวัญจากพระเจ้า ชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย นี่คือความรักของพระเจ้าที่ไม่มีเงื่อนไข
ดิฉันเข้าใจถึงการกลับใจและการบังเกิดใหม่ในชีวิตคริสเตียน และเข้าใจที่คุณพ่อได้เป็นแบบอย่างการอธิษฐานตลอดชีวิตของท่าน ดิฉันได้รู้ว่าการเป็นคริสเตียนด้วยความเชื่อนั้นอาจไม่ยากที่จะบอกใครๆ ได้ แต่การกลับใจและการบังเกิดใหม่เป็นเรื่องระหว่างเรากับพระเจ้า นี่คือจุดเริ่มต้นของการเป็นคริสเตียน ขอบพระคุณพระเจ้า
จนชีวิตเข้าสู่วัยกลางคน พระคุณของพระเจ้าก็เกิดขึ้นใหม่ๆเสมอ ดิฉันได้พบคู่ชีวิตที่เชื่อพระเจ้า พระเจ้าทรงเมตตาให้คนสองคนที่ได้กลับใจและเรียนรู้การบังเกิดใหม่ได้มาใช้ชีวิตที่มีจุดประสงค์รับใช้พระเจ้าด้วยกัน เราได้รับใช้พระเจ้าในการดูแลครอบครัวและเพื่อนบ้าน เราได้รับใช้พระเจ้าโดยที่ติดสนิทกับพระองค์มากขึ้น พระเจ้าทรงตกแต่งจิตวิญญาณเราให้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็นพระคุณของพระเจ้ามากที่สุดในชีวิต คือการได้ใกล้ชิดพระองค์ในทุกวัน และการมั่นใจว่าพระเจ้าทรงอยู่ด้วยเสมอ
หลังจากนี้ก็เกิดเหตุการณ์ในพระคุณที่ไม่คาดคิดอีก ดิฉันเริ่มมีอาการเดินพื้นด้วยเท้าเปล่าไม่ค่อยถนัด เมื่อต้นปีดิฉันได้บอกพระเจ้าพร้อมถอนหายใจเบา ๆ ว่า “พระเจ้าคะ ลูกจะทำยังไงดี ลูกจะมีทางไหนให้เดินได้สบายไหม ลูกดูเหมือนจะหมดหนทาง” จนไม่นานมานี้ ดิฉันได้หกล้มอย่างรุนแรงในชีวิต โดยตกลงมาจากทางที่ต่างระดับกันในที่ทำงาน ผลคือ กระดูกเข่าหัก มันเป็นความเจ็บปวดมากที่สุด แต่ขอบพระคุณพระเจ้าที่ดิฉันมีสติทุกอย่าง ยังหัวเราะได้ พูดคุยได้อย่างแข็งแรง ดิฉันได้ยินเสียงลึกๆ เหมือนพระเจ้ากำลังบอกว่า “เจ้ากำลังจะได้ขาใหม่นะ” และรับรู้ว่าพระเยซูทรงเจ็บปวดมากกว่าดิฉันมากในวันศุกร์ประเสริฐ นี่คือจุดเริ่มต้นของการเยียวยารักษาที่พระเจ้าทรงเมตตาอย่างที่ไม่เคยคาดคิดเลย
ผลเอ็กซเรย์ จึงได้ทราบถึงต้นเหตุของการที่ขาข้างหนึ่งไม่ปกติ คุณหมอได้อธิบายว่าตอนเด็กได้หกล้มจนหัวเข่าผิดรูป คือ หัวเข่ากับข้อไปอัดติดกัน ผลทำให้ขาสั้นยาวไม่เท่ากัน และ เส้นเอ็นส่วนนั้นหยุก ขาข้างนั้นจึงไม่แข็งแรง ขอบพระคุณพระเจ้า นี่เป็นคำถามในใจที่ไม่เคยเอ่ยปากพูด เพราะพระเจ้าทรงประทานให้มีความชื่นชมยินดีกับชีวิตที่เป็นอยู่เสมอ แต่ในที่สุดก็ได้รับคำตอบอย่างไม่น่าเชื่อ นำมาซึ่งการรักษาขาที่ผิดปกติมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ไม่ใช่ความบังเอิญในการหักของกระดูกที่ถูกบีบอัดมานานเพราะจากอุบัติเหตุนี้ไม่มีส่วนใดของร่างกายที่บาดเจ็บเลย เจาะจงตรงกระดูกส่วนนั้นเท่านั้น คุณหมอได้ทำการผ่าตัดแยกและดามด้วยเหล็ก ดึงขาให้เท่ากัน จัดเส้นเอ็นให้ใหม่
เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้ดิฉันมั่นใจว่าพระเจ้าทรงอยู่ด้วยเสมอ พระองค์ทรงใส่ใจในทุกการถอนหายใจ ตั้งแต่เริ่มเดินพื้นไม่ถนัดและบอกกับพระองค์ในตอนนั้น พระองค์ไม่เคยสาย พระองค์กำลังซ่อมแซมร่างกายนี้ เพื่อชีวิตนี้จะได้ถวายเกียรติแด่พระองค์ในอีกแบบที่ขาจะแข็งแรงขึ้น

อีกไม่นานก็ครบ 2 เดือน การรอคอยในแต่ละวันทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของขาที่กำลังจะเหมือนขาที่ปกติอีกข้างหนึ่งแล้ว ดิฉันไม่เคยรู้สึกเสียใจที่ขาดโอกาสดีๆ หลายอย่างตั้งแต่เด็กเหตุเพราะขาไม่ปกติ แต่นับว่าเป็นสิ่งที่ได้ประโยชน์ต่อตัวเองมากกว่า เพราะพระเจ้าได้สอนให้รู้จักความถ่อมใจ รู้จักการให้กำลังใจผู้อื่นอย่างจริงใจ ทรงสอนให้มีความเข้มแข็งอดทน กล้าหาญ ที่สำคัญให้ตระหนักในการดำเนินชีวิตในผลแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ ให้รู้จักพระเจ้ามากขึ้นและยำเกรงพระองค์ด้วยการเป็นพยานด้วยชีวิต ไม่ว่าไปที่ไหนพระเจ้าทรงประทานรอยยิ้มให้เสมอ มีหลายคนเคยบอกว่าดูเหมือนคนไม่เคยมีความทุกข์เลย หลายคนสงสัยในตัวดิฉัน แต่เมื่อเขาเห็นชีวิต เขาก็หมดความสงสัย เพราะมีพระเจ้า นี่คือคำตอบเดียว ทั้งหมดนี้ดิฉันทำเองไม่ได้เลย หากไม่มีพระเจ้าผู้ทรงอยู่ด้วยเสมอ ขอสรรสริญพระเจ้า
ทุกคนย่อมมีคำพยานชีวิตที่แตกต่างกัน สิ่งสำคัญคงไม่ใช่คำพยานชีวิตที่อ่านแล้วหนุนใจคน แต่สิ่งสำคัญที่ดิฉันทราบคือ การที่เราเกิดการเปลี่ยนแปลงในแบบที่พระเจ้าทรงให้เป็นเพื่อพระราชกิจของพระองค์ งานการเปลี่ยนแปลงชีวิตเป็นงานที่ล้ำค่า ทิ้งตัวเก่า ยอมรับการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจเพื่อพระเจ้า เป็นงานเล็กๆ ที่ไม่เล็ก เพราะงานของพระเจ้าไม่ใช่งานที่ต้องใหญ่โต เพราะนั่นอาจจะทำให้สิ่งอื่นดูยิ่งใหญ่กว่าพระองค์ ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงเป็นชีวิตแห่งการประกาศพระนามของพระองค์ และนี่เป็นผลของการเยียวยารักษาที่แท้จริง เพราะร่างกายเราเป็นแค่ของโลกนี้ ที่สุดก็กลายเป็นดิน แต่จิตวิญญาณที่จะอยู่กับพระองค์ตลอดไป ขอพระเจ้าทรงได้รับเกียรติในชีวิตของผู้เชื่อ
ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรค่ะ
